“เผชิญหน้า พล นิกร กิมหงวน”

หลังจากนิตยสาร “ดิฉัน” ซึ่งตีพิมพ์ “เผชิญหน้า พล นิกร กิมหงวน” เมื่อปี ๒๕๔๔ วางตลาดไม่ถึงสัปดาห์ เสียงตอบรับเรื่องสั้นนี้ก็มาถึงผมทั้งทางอีเมล ทางแฟกซ์ และทางโทรศัพท์

ตอนแรกผมไม่ทราบความฮือฮานี้ จนกระทั่งพนักงานหญิงในกองบรรณาธิการ “ดิฉัน” โทรมาหา บอกมีแฟนๆ สามเกลอหลายคนโทรไปที่สำนักพิมพ์ ต้องการทราบพิกัดของผม เพื่อขอติดต่อพูดคุยเรื่อง “เผชิญหน้า พล นิกร กิมหงวน” ที่ลงใน “ดิฉัน” บ.ก. จึงให้ถามว่าผมยินดีเปิดเผยหรือไม่

ผมตอบว่ายินดีให้บอกตำแหน่งแห่งที่ของผมตามที่ระบุไว้ท้ายต้นฉบับได้เลย (เบอร์โทร เบอร์แฟกซ์ อีเมลของออฟฟิศที่ผมทำงานอยู่ตอนนั้น รวมทั้งอีเมลส่วนตัว) ผู้อ่านท่านใดสะดวกแบบไหนอย่างไร จะได้เลือกตามอัธยาศัยความพอใจของเขา

สุดท้ายสาวสวยจากกอง บ.ก. “ดิฉัน” ที่โทรมา (ผมเดาเอานะว่าสวย เพราะเสียงน่ารักยังกะเสียงนกไนติงเกลตอนบินไปกินน้ำผึ้งเดือนห้า) กล่าวว่า บ.ก. ให้เรียนคุณปริญญาว่าตั้งแต่ บ.ก. รับผิดชอบนิตยสาร “ดิฉัน” มาหลายปี ไม่เคยมีผู้อ่านโทรถามถึงนักเขียนเลย มีคุณปริญญาเป็นคนแรกที่เขียนเรื่อง “เผชิญหน้า พล นิกร กิมหงวน” แล้วผู้อ่านหลายรายโทรมาเพราะต้องการติดต่อด้วย

๒-๓ วันต่อมามีทั้งอีเมล แฟกซ์ โทรศัพท์ถึงผม จากการอ่านอีเมลและแฟกซ์ รวมทั้งพูดคุยทางโทรศัพท์ ผมจับประเด็นหลักได้ ๒ ประเด็นที่ผู้อ่าน “เผชิญหน้า พล นิกร กิมหงวน” ต้องการทราบอย่างยิ่ง คือ ๑. สามเกลอมีตัวตนจริงๆ หรือ??? ๒. อาคาร “สี่สหาย” และบ้าน “พัชราภรณ์” อยู่ตรงไหนในบริเวณที่เรียกว่าทองหล่อ???

หลายท่านบอกอยากไปดูของจริงให้เห็นด้วยตาตนเอง เพราะอ่านจากหนังสือแล้วก็คิดว่าน่าจะมีอยู่จริง

บางท่านบอกเคยผ่านไปแถวทองหล่อหลายครั้ง แต่ไม่ได้สังเกตตึกรามบ้านช่องที่ดารดาษทั้งสองฟากถนน ว่ามีอาคาร “สี่สหาย” อยู่ด้วยหรือไม่ พอรู้ว่ามีจริงก็เลยอยากไปดู

บางท่านบอกกำลังจะรวบรวมเงินกับเพื่อนๆ เช่ารถตู้ไปตระเวนดูอาคาร “สี่สหาย” และบ้าน “พัชราภรณ์” ของสามเกลอ

มีโทรสายหนึ่งจาก คุณสัญญา คุณากร (ขออนุญาตเอ่ยนาม) พิธีกรชื่อดัง (แกชื่อสัญญาหรือดู๋นะครับ ไม่ใช่ชื่อว่า “ดัง”) แต่คุณสัญญาไม่ได้โทรมาด้วยตัวเอง ให้ลูกน้องในบริษัทโทรมา ถามผมแบบตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมว่า “พี่ดู๋ให้ผมเรียนถามคุณปริญญาว่า อาคาร “สี่สหาย” ที่คุณปริญญาเขียนถึง อยู่ตรงไหน เพราะบ้านพี่ดู๋อยู่แถวนั้น พี่ดู๋ไม่เคยรู้หรือเคยเห็นมาก่อนว่ามีอาคารดังกล่าวอยู่ด้วย”

ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ

ผมก็ตอบแต่ละท่านแต่ละรายไปตามประสาคนมากอารมณ์ขันและขี้เล่น (แต่ไม่เคยเล่นขี้ ยกเว้นสมัยเป็นเด็กทารก อิอิอิ) ว่าท่านที่อยากไปดูอาคาร “สี่สหาย” ก็ดี บ้าน “พัชราภรณ์” ก็ดี…นั้น ต้องขึ้นอยู่กับโชคดวงของท่านด้วย ถ้าไปแล้วไม่เห็นก็หมายความว่าโชคไม่อำนวย ดวงไม่สมพงษ์ พงษ์มิตร จังหวะไม่เป็นใจ โอกาสไม่เข้าข้าง

เพราะขณะที่ท่านไปถึงอาจเป็นช่วงเวลาที่ ศาสตราจารย์ ดร.ดิเรก ณรงค์ฤทธิ์ ได้ใช้อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ประดิษฐ์ขึ้น ทำให้อาคาร “สี่สหาย” และบ้าน “พัชราภรณ์” อยู่ในโหมดพรางตัว (Invisible Mode) ผู้ที่สัญจรผ่านไปมาจึงไม่รู้ว่ามีอาคารทั้งสองในพื้นที่นั้นๆ

ส่วนรายหนึ่งที่ส่งแฟกซ์ ดูท่าเขาเชื่อเรื่องนี้จริงจังมาก เนื่องจากพูดถึงเนื้อเรื่องที่ผมเขียนไว้ใน “เผชิญหน้า พล นิกร กิมหงวน” เขาแนะนำว่าควรติดต่อคุณวิทวัส (เจ้าของรายการ “ตีสิบ” ทางไทยทีวีสี ช่อง ๓) เชิญคณะพรรคสี่สหายไปออกรายการช่วงสัมภาษณ์ ก่อนที่ทุกคนจะเสียชีวิตเพราะอายุอานามก็มากแล้ว เพื่อให้คนดูรู้ว่าสามเกลอมีอยู่จริงๆ ไม่ใช่มีเพียงในหัสนิยายของ ป. อินทรปาลิต

ผมอ่านแฟกซ์ของแฟนสามเกลอรายนี้แล้ว ถึงกับเผลอตัวหัวเราะออกมาทันที ไม่ใช่เยาะเย้ยหรือหมิ่นแคลนอะไรเขาหรอกครับ แต่หัวเราะเพราะถูกใจที่แฟนสามเกลอรายนี้จริงจังมากกับงานเขียนของผม

ในแฟกซ์ยังกล่าวต่อไปอีกว่า รถยนต์ที่ใช้น้ำแทนน้ำมัน เวลานี้ต่างประเทศก็กำลังคิดค้นและวิจัยกันอยู่ ไม่น่าเชื่อว่า ดร.ดิเรก สามารถทำได้สำเร็จแล้ว อาเสี่ยกิมหงวนน่าจะออกทุนสร้างโรงงานผลิตอุปกรณ์ที่ช่วยให้รถใช้น้ำแทนน้ำมัน หรือขอให้รัฐสนับสนุนเป็นโครงการสำคัญเพื่อชาติ น่าจะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อประเทศไทย เพราะไม่ต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ

เขายังถามว่าผมได้เห็นอุปกรณ์ที่ว่านี้หรือเปล่า ว่ามีลักษณะอย่างไร ติดตั้งไว้ส่วนใดของรถ

ผมตอบกลับไปทางแฟกซ์เช่นเดียวกัน อธิบายเพื่อไขข้อข้องใจทั้งหมดให้เขาทราบ โดยถือโอกาสแกล้งเล่าว่าผมได้เห็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้รถยนต์ใช้น้ำประปาแทนน้ำมันด้วย ลักษณะเป็นกล่องเล็กๆ รวม ๕ กล่อง ติดตั้งเรียงกันในห้องเครื่องยนต์ มีสายต่อเชื่อมไปยังส่วนต่างๆ บนกล่องมีตัวอักษรกำกับไว้ให้รู้ว่ากล่องไหนคืออะไร ซึ่งผมจำได้แม่นยำเพราะเป็นสิ่งแปลกใหม่ในความรู้สึกของผม นอกจากนี้ยังได้ฟังคำอธิบายจากลุงหมอ ดร.ดิเรกอีกต่างหาก

กล่องแรกมีข้อความว่า “น้ำประปา” (Tap Water 80 KmpL) หมายถึง กินน้ำประปา ๘๐ กิโลเมตรต่อหนึ่งลิตร
กล่องที่ ๒ “น้ำต้มสุก” (Boiled Water 100 KmpL) กินน้ำต้มสุก ๑๐๐ กิโลเมตรต่อหนึ่งลิตร
กล่องที่ ๓ “น้ำแร่” (Mineral Water 150 KmpL) กินน้ำแร่ ๑๕๐ กิโลเมตรต่อหนึ่งลิตร
กล่องที่ ๔ “น้ำฝน” (Rain Water 120 KmpL) กินน้ำฝน ๑๒๐ กิโลเมตรต่อหนึ่งลิตร
กล่องสุดท้าย “น้ำในรอยตีนควาย” (Water in Buffalo’s Feet 20 KmpL) กินน้ำในรอยตีนควาย ๒๐ กิโลเมตรต่อหนึ่งลิตร

โดยเฉพาะอุปกรณ์กล่องที่ ๕ สุดท้ายนี้ ดร.ดิเรกบอกว่าเพราะน้ำในรอยตีนควายไม่สะอาดนัก จึงระเหยและตกตะกอนเร็วกว่าน้ำชนิดอื่น แต่ก็พอช่วยให้รถสามารถแล่นไปได้ กล่องนี้ทำไว้แก้ปัญหาเฉพาะหน้ากรณีรถเกิดน้ำหมดถังในท้องถิ่นทุรกันดาร

ผมตอบไปเช่นนี้ ผู้อ่านรายนั้นหายจ้อยไปเลย เขาอาจจะเชื่อตามที่ผมเล่าให้ฟัง และตื่นเต้นจนไม่รู้จะแฟกซ์มาถามอะไรอีก มิฉะนั้นก็คงว่าผมเพ้อเจ้อเกินความจริงจนเชื่อถือไม่ได้ (ผมว่าประการหลังมากกว่าแฮะ ๕๕๕๕)

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าแฟนหนังสือจะส่งอีเมล ส่งแฟกซ์ หรือโทรศัพท์มาถึงผม (รวมๆ แล้วประมาณ ๑๕ ราย อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ จำไม่ได้แล้วครับ) หลังจากผมตอบกลับทั้งเขียนและพูดคุย ด้วยการโม้เรื่อยเปื่อยในลักษณะคุยสนุกเป็นกันเอง แต่สุดท้ายก็สารภาพความจริงอย่างเป็นงานเป็นการว่า เรื่องทั้งหมดผมเขียนหรือแต่งขึ้นเอง โดยนำบทประพันธ์ของคุณปู่มาหารับประทาน ช่วยให้ตอนนั้นผมได้มีเงินติดกระเป๋าเกือบ ๓,๕๐๐ บาท (โดนหักภาษี ณ ที่จ่ายไป ๕ % ) จากชีวิตปกติที่คุ้นเคยกับเศษสตางค์มาตลอด พอเจอธนบัตรก็เลยรู้สึกเป็นสิ่งประหลาดมหัศจรรย์ยังไงชอบกล อิอิอิ

ขอบพระคุณแอดมินที่กรุณาค้นหาและไขว่คว้าเรื่อง “เผชิญหน้า พล นิกร กิมหงวน” มานำเสนอแก่สมาชิกเพจชมรมนักอ่านสามเกลอ เป็นการย้อนอดีตให้เพื่อนๆ สมาชิกได้อ่านกันอีกครั้ง (สำหรับสมาชิกที่เคยอ่านมาก่อนแล้ว) ส่วนสมาชิกที่ยังไม่เคยอ่านก็ได้อ่านในครั้งนี้

เสียอย่างเดียว…ยอด like ของ “เผชิญหน้า พล นิกร กิมหงวน” พุ่งกระฉูด จน “อภินิหารเต่า” ของผมที่กำลังมียอดไลค์ต่อเนื่อง กลายเป็นยอดเละ คือหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวอีกเลย

ฮึ – แอดมินนะแอดมิน ทำมายยยถึงทำกับฉานนนด้ายยยยย ๕๕๕๕ เอิ๊กๆๆๆๆ 😀

ป.เป็ด หลานปู่ ป.  😀

(บทความนี้ขโมยมาจาก facebook ของพี่เป็ด โดยนาย ble3d อิอิ 😀 )

Posted in พล นิกร กิมหงวน.